‘ป้าทุบรถ’ซึมแพ้คดี’กทม.’ ปลุกลูกบ้านลุกปกป้องสิทธิ

ศาลปกครองยกฟ้อง ปมขอเพิกถอนข้อบัญญัติกทม. ที่แก้ให้สร้างอาคารสูง-พาณิชย์ รอบสวนหลวง ร.9 ได้ คดีที่ป้าทุบรถฟ้อง ลั่นทำเต็มที่แล้ว พร้อมเรียกร้องให้ลูกบ้านลุกปกป้องสิทธิหากถูกละเมิด

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ศาลปกครองกลาง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลักสี่ฯ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ และน.ส.ราณี แสงหยกตระการ ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่กรุงเทพมหานครละเลยปล่อยให้เกิดตลาดรอบพื้นที่บ้านก่อความเดือดรำคาญ หรือ ป้าทุบรถ ยื่นฟ้องขอให้ศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนประกาศข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างดัดแปลง ใช้ หรือ เปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท บริเวณโดยรอบสวนหลวง ร.9  ในท้องที่แขวงหนองบอน แขวงประเวศ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ( ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ลว.7 ก.ค.2559 
 
โดยศาลเห็นว่าข้อบัญญัติกทม.ที่พิพาทปรับปรุงแก้ไขจากข้อบัญญัติกทม.ฉบับเดิมที่ออกปี 2532 โดยมีประชาชนผู้ประกอบการขอให้มีการแก้ไขด้วยเหตุผลให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสำนักผังเมืองกทม.ได้ดำเนินการยกร่างและเสนอตามขั้นตอนของกฎหมายมีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว จนที่สุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 59 สภากทม.มีมติเห็นชอบและผู้ว่าฯกทม.ได้ลงนามพร้อมประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 29 ก.ค. 59 เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย จึงเห็นว่าการออกข้อบัญญัติดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว   ส่วนสาระของข้อบัญญัติที่แก้ไขก็ไม่ได้แก้เรื่องความสูงของอาคารในพื้นที่บริเวณที่ 1 ให้ก่อสร้างอาคารได้ไม่เกิน 23 และ 45 เมตร ตามที่น.ส.รัตนฉัตร อ้าง แต่เป็นการแก้ปรับลดพื้นที่ควบคุมการก่อสร้าง ดัดแปลง  หรือเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารในบริเวณโดยรอบสวนหลวง ร.9 ที่เดิมใช้แนวคลองธรรมชาติเป็นเขตควบคุมเปลี่ยนเป็นใช้แนวขนาน ซึ่งมีระยะห่างจากแนวเขตสวนหลวงร.9 ออกไปประมาณ 300 เมตร โดยรอบเป็นเขตควบคุม และได้มีการแก้ไขก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารอื่นใดในบริเวณที่ 1 จากเดิมให้ก่อสร้างได้เฉพาะอาคารที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว เป็นให้ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว และอาคารอยู่อาศัยรวมได้ โดยยังคงต้องมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร เช่นเดียวกับข้อบัญญัติกทม.ฉบับเดิม โดยวัดความสูงจากระดับถนน ถึงขอบทางเท้าที่ใกล้ที่สูด ถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร เมื่อพิจารณาประกอบกับเหตุผลของสำนักผังเมืองฯ ที่ว่าพื้นที่รอบสวนหลวงร.9 ปัจจุบันมีการเติบโตของชุมชนเขตเมือง มีการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ระบบคมนาคมขนส่งมวลชน และเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับสวนหลวงร.9 ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวได้มากขึ้น โดยไม่จำกัดเฉพาะแต่อาคารที่พักอาศัยประเภทบ้านเดียว เพียงประเภทเดียว รวมทั้งเพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกทม. 2556 ที่กำหนดให้ที่ดินดังกล่าวอยู่ในประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย จึงเห็นว่าการใช้ดุลยพินิจของผู้ว่าฯกทม.ในการออกข้อบัญญัติดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายแล้ว
 
อย่างไรก็ตามคำพิพากษายังระบุว่าแม้ข้อบัญญัติกทม.ดังกล่าวจะให้พื้นที่บริเวณที่ 1 สามารถก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารอยู่อาศัยรวมได้ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ก่อสร้างเฉพาะบ้านเดี่ยว แต่การใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร นอกจากจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และการควบคุมอาคารแล้ว ยังต้องปฏิบัติตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พ.ย.2515 และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย คือหากพื้นที่บริเวณที่ 1 พื้นที่ใดได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินจากคระกรรมการจัดสรรที่ดินตาม ปว.ฉบับที่ 286 และพ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน 2543 การใช้ประโยชน์ในที่ดิน การก่อสร้าง ดัดแปลง อาคารในพื้นที่ที่มีการจัดสรรที่เดินดังกล่าวยังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามโฉนดที่ดิน แผนผังโครงการและวิธีการแนบท้ายใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเท่านั้น 
    
ด้านน.ส.รัตนฉัตร  กล่าวหลังฟังคำพิพากษาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ก็เกิดจากคนที่ไม่รักษากฎหมาย อาศัยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ดังนั้นคิดว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนผู้อยู่อาศัยโดยรอบสวนหลวงร. 9 จะต้องคอยตรวจสอบการปฏิบัติของกรุงเทพมหานครหากว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และกระทบสิทธิของตนเองก็ต้องออกมาต่อสู้อย่าละเลย  ต้องออกมาเรียกร้องปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะไม่เช่นนั้นทุกคนจะเดือดร้อนถาวรตลอดไป   จากนี้ลูกบ้านต้องรักษาสิทธิของตัวเองถ้าหากว่าใครจะสร้างล่วงล้ำผิดจากที่กฎหมายกำหนดก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เราต้องยึดโฉนด แผนผังโครงการ ใบอนุญาตการจัดสรรที่ดินร่วมกับประกาศคณะปฏิวัติ 286 และพ.ร.บ.การจัดสรรที่ดินเป็นหลัก  ถ้ามีการทำผิดกฎหมายก็ต้องสู้ ซึ่งต่อไปก็อาจต้องมีการฟ้องร้องทุกหย่อมหญ้าในบริเวณดังกล่าว

news